วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Learning Log 14 การอบรมภาคบ่าย 29/10/58

Learning log 14
(นอกห้องเรียน)
            การเข้าอบรมโครงการเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการทักษะในช่วงบ่ายของวันแรกนั้น ทำให้ดิฉันได้รับความรู้และเทคนิคในการเรียน และเทคนิคการสอนหลากหลายรูปแบบที่จะสามารถนำไปประยุกต์ในการทำงานในอนาคต โดยที่ได้มีการพูดถึงการความรู้ทั่วไปและความรู้หรือศัพท์แบบผิดๆที่นักเรียนไทยหรือคนไทยทั่วไปมักจะใช้กันอยู่บ่อยๆ ทำให้เราได้ความเข้าใจและได้เปลี่ยนทัศนคริในการใช้ภาษาอังกฤษ นอกจากนี้แล้วยังทำให้เรารู้ถึงสาเหตุที่ทำให้คนไทยเรียนภาษาอย่างล้าช้า
            การเข้าอบรมในครั้งนี้ทำให้ดิฉันทราบถึงความสำคัญของภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้น สังเกตได้จากการใช้ภาษาของมนุษย์ที่ถึงแม้ว่าภาษาอังกฤษจะไม่ได้เป็นภาษาที่มีผู้คนใช้มากที่สุดก็ตาม แต่มันเป็นภาษาที่ทุกคนในศตวรรษที่21จะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำไปใช้ได้จริง เนื่องจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่ใช้มากที่สุดในโลกอินเทอร์เน็ต จึงทำให้ทุกคนมีความจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสาร สาเหตุที่ทำให้คนไทยใช้ภาษาอังกฤษอย่างไม่คล่องแคล่วนั้นเกิดจากวัฒนธรรมของสังคมไทย ที่ไม่ได้กระตุ้นให้ผู้คนเห็นถึงความสำคัญของภาษาอังกฤษอย่างแท้จริง เนื่องจากประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์พร้อมที่จะเอื้ออำนวยให้ประชากรทุกคนมีที่ทำกิน ทำให้คนไทยไม่ค่อยอยากจะค้นคว้าหรือศึกษาเพื่อจะเพิ่มพูนคุณค่าหรือทำให้อาชีพของตนเองดียิ่งขึ้น เนื่องจากทุกคนคิดว่าสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ก็ถือว่าดีอยู่แล้ว

Learning Log 13 การอบรมภาคเช้า 29/10/58

Learning Log 13
นอกห้องเรียน
            การศึกษานอกชั้นเรียนในครั้งนี้ดิฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการ ซึ่งถือเป็นโครงการที่ดีมากอีกโครงการหนึ่ง เพราะการศึกษาหรือการเรียนภาษาอังกฤษในปัจจุบันจำเป็นต้องบูรณาการทักษะต่างๆที่ใช้ในการเรียนภาษา เนื่องจากเราไม่สามารถที่จะเรียนรู้หรือสอนทางทักษะใดทักษะหนึ่งได้ สำหรับการอบรมในช่วงเช้านั้น ทำให้ดิฉันได้เทคนิคหรือวิธีในการเรียนภาษาอังกฤษอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ มีวิทยากรหลากหลายท่านทีมีความรู้และประสบการณ์มาร่วมกันแบ่งปันไอเดียและแนะวิธีการที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในการใช้ภาษาอังกฤษ สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร และสามารถคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างสรรค์ ศาสตร์ทางภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง
            ในการอบรมครั้งนี้มีการบรรยายถึงสภาพการศึกษาทางด้านภาษาอังกฤษในยุคปัจจุบันที่ต้องมีการบูรณาการทักษะเข้าด้วยกัน ไม่สามารถที่จะเรียนแบบทักษะใดทักษะหนึ่ง และนอกจากนี้การศึกษาภาษาอังกฤษในปัจจุบันมีการเน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง พัฒนาตนเองจนตลอดชีวิต การเรียนรู้ภาษาอังกฤษมีเป้าหมายหลักเพื่อการสื่อสาร เนื่องจากมนุษย์ทุกคนย่อมต้องมีการสื่อสารกัน และภาษาที่เป็นภาษาสากลที่คนใช้ในการสื่อสารนั้นคือภาษาอังกฤษ แต่การที่จะสื่อสารได้นั้นเราต้องเรียนเพื่อให้มีความรู้ที่จะนำไปใช้ในการสื่อสาร ซึ่งการเรียนภาษาให้ประสบความสำเร็จนั้นจะต้องเกิดจากการที่มีครูที่มีประสิทธิภาพในการให้ความรู้แก่ลูกศิษย์ เพราะครูที่มีประสิทธิภาพนั้นจะเป็นครูที่มีวิทยาวุทในการติดอาวุธทางปัญญาแก่ลูกศิษย์ ลูกศิษย์หรือคนที่สนใจจะเรียนภาษานั้นจะต้องใฝ่ถาม สนใจ จำชัด ปฏิบัติได้ และถ่ายทอดเป็น

Learning log 12 (นอกห้องเรียน)

Learning log 12
(นอกห้องเรียน)
            การศึกษานอกชั้นเรียนถือเป็นวิธีที่จะทำให้เราพัฒนาทักษะทางด้านภาษาให้ดียิ่งขั้น เพราะเป็นการศึกษาที่ไม่มีสูตรตายตัว ไม่ได้จำกัดว่าเราจะต้องศึกษาเกี่ยวกับอะไร การศึกษานอกชั้นเรียนในครั้งนี้ดิฉันได้ฝึกทักษะครบทั้ง4ทักษะ ไม่ว่าจะเป็นทักษะการฟัง ทักษะการพูด ทักษะการอ่าน และทักษะการเขียน เพราะว่าดิฉันค่อนข้างอ่อนทางด้านทักษะทั้ง4ด้านนี้ สำหรับวิธีการที่จะฝึกนั้นมีวิธีที่หลากหลายเนื่องจากจะทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อและไม่รู้สึกกดดันจนเกินไป
            วันที่21 ตุลาคม 2558 ดิฉันได้ฝึกทักษะการฟังโดยการฟังเพลง Map ของ Maroon5 ดิฉันได้ฟังสำเนียงที่ถูกต้องจากเจ้าของภาษาอย่างเช่นการอ่านออกเสียง –th ก่อนหน้านี้ดิฉันจะอ่านออกเป็นเสียง ต แต่ที่จริงๆแล้วมันไม่ได้อ่านเช่นนั้น ในเพลงนี้นั้นมีคำที่น่าสนใจอยู่คำว่า ain’t  คำนี้เป็นคำที่ดิฉันไม่ค่อยได้พบจากหนังสือหรือในชีวิตประจำวันสักเท่าไหร่ หลังจากที่ดิฉันไปค้นหาความหมายของคำนี้แล้วนั้น ทำให้ดิฉันรู้ว่ามันเป็นภาษาพูด ไม่ได้เป็นคำที่มีความหมายโดยตรง แต่เขาจะนำมาใช้แทน it’s not และ re’not ในภาษาพูด เช่น It ain’t love แปลว่ามันไม่ใช่ความรัก ซึ่งในเพลงนี้มีการนำไปใช้ใน 1 ท่อนของเพลง คือ Ain’t nothing I can do ซึ่งแปลว่าไม่มีสิ่งใดที่ฉันสามารถทำได้
            หลังจากที่ดิฉันได้ศึกษาและค้นหาคำศัพท์ที่ดิฉันไม่รู้หรือไม่คุ้นเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น ดิฉันก็ได้ศึกษาเกี่ยวกับความหมายของเพลง เพลงนี้จะเกี่ยวกับการตามหาความรักจากคนที่ได้จากเราไปแล้ว การคิดถึงรสชาติชีวิตที่แสนหวาน คิดถึงบทสนทนานั้น ฉันอยู่เคียงข้างเธอในยามที่มีดมนที่สุดของเธอ ฉันคอยอยู่เคียงข้างเธอในคืนที่แสนมีดมนของเธอ แต่ฉันสงสัยจังเลยว่าเธออยู่ที่ไหนกัน เมื่อฉันย่ำแย่สุดๆ ทรุดลงไปที่พื้น เธอบอกว่าเธอจะคอยช่วยเหลือฉัน ฉันจึงได้แต่สงสัยว่าเธอหายไปไหนกัน
            จากนั้นดิฉันก็ฟังเพลง see you again ของ Wiz Khalifa Feat. Chalie Puth ที่เลือกเพลงนี้มานั้นเพราะมันเป็นเพลงที่เพราะ ถึงแม้ว่าเราฟังครั้งแรกแล้วอาจจะไม่เข้าใจ แต่ก็พอจะรู้ว่ามันเป็นเพลงที่เกี่ยวกับเพื่อนที่จากไป จากการที่ได้ฟังเพลงนี้แล้วทำให้ดิฉันได้มีความรู้เกี่ยวกับการใช้ without ดิฉันพึ่งรู้ว่าความหมายของมันคือปราศจาก ดั่งในประโยคที่ได้กล่าวไว้ว่า It’s been a long day without you my friend ซี่งประโยคนี้ก็จะมีความหมายว่า วันคืนมันชั่งยาวนานเมื่อขาดเธอไป ขาดมาจากคำว่า without ทำให้ดิฉันนึกถึงเพลงๆหนึ่งที่ดิฉันเคยฟังมาเมื่อนานมาแล้ว แต่ตอนนั้นดิฉันยังไม่เข้าใจความหมายของมัน ซึ่งประโยคส่วนหนึ่งที่มาจากเพลงนั้น และดูเหมือนว่าจะเป็นท่อนสำคัญนั้นคือ I can’t live if living is without you มาจากเพลง I can’t live without you ของ Mariah Carey ทำให้ดิฉันเพิ่งเข้าใจความหมายของประโยคนี้ว่ามันหมายถึง ฉันไม่สามารถมีชีวิตได้ถ้าการมีชีวิตนั้นปราศจากคุณ
            นอกจากที่ดิฉันจะเข้าใจความหมายของ without จากทั้ง2เพลงแล้วนั้น ดิฉันก็ได้ศึกษาและได้ลองแปลความหมายเพลง see you again ซึ่งได้ใจความว่า วันคืนชั่งแสนยาวนานเมื่อขาดนายไปนะเพื่อน (ที่เขาแทน you ด้วยนาย เพราะเพลงนี้เขาได้แต่งขึ้นเพื่อรำลึกถึง Paul Walker และฉันจะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆให้นายฟังเอง เมื่อฉันได้พบนายอีกครั้ง เพลงนี้เป็นเพลงที่มีความหมายมากและเป็นเพลงที่ดีมาก ทำให้ดิฉันชอบเข้าไปฟังใน You-tube บ่อยๆ ผลที่ได้จากการฟังบ่อยๆนั้นทำให้เราฟังภาษาอังกฤษได้เข้าใจความหมายมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าบางช่วงบางตอนของเพลงจะร้องเร็วก็ตาม แต่มันจะทำให้เราสามารถจับประเด็นของเพลงได้อาจจะไม่มากมายนักแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นฟังไม่รู้เรื่อง
                วันที่ 23 ตุลาคม 2558 ดิฉันได้ฝึกทักษะการพูดโดยอาศัยการเปิดหนังการ์ตูน ซึ่งเรื่องที่ดิฉันดูนั้นคือเรื่อง Beauty and the beast (เจ้าหญิงโฉมงามกับเจ้าชายอสูร) ดิฉันดูครั้งแรกดิฉันพยายามพูดตามหลังตัวละครเกือบทุกตัวที่สามารถจะพูดทันได้ ทำให้ได้สำนวนมากมายที่เขาได้มีการใช้ แล้เราก็สามารถนำคำพูดเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น Merry the beggary hurry up!. I borrow this one. May I have my book, please. เป็นต้น การฟังและพูดตามตัวละครรอบแรกที่ดูนั้น ดิฉันอาจจะยังไม่เข้าใจศัพท์นั้นๆ แต่พยายามจะพูดให้ได้สำเนียงเหมือนหรือคล้ายกับตัวละครให้มากที่สุด เพื่อเป็นการฝึกออกเสียงให้ถูกต้องตามสำเนียงเจ้าของภาษา
                หลังจากที่ฟังรอบแรก ดูรอบแรกแล้วนั้นดิฉันก็มาดูหนังอีกรอบเพื่อเก็บรายละเอียด สังเกต และพูดตามตัวละคร พยายามนึกคำพูดหรือประโยคให้เหมาะกับบทสนทนาของตัวละครแต่ละตัว และพยายามพูดให้พร้อมกับตัวละครนั้น ในครั้งนี้คำพูดส่วนใหญ่ที่ดิฉันพูดทันนั้นจะเป็นคำพูโของนางเอก เพราะเป็นคำพูดที่ไม่ยาวมากนัก หรือเป็นคำพูดที่เราคุ้นหูเคยได้ยินบ่อยๆ การดูหนังรอบที่สองนี้ทำให้ดิฉันได้ฝึกออกเสียงตามสำเนียงเจ้าของภาษา ทำให้มีสำเนียงของภาษาอังกฤษที่ดียิ่งขึ้น และได้ประโยคหลายประโยคที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญที่สุดคือการฝึกเช่นนี้ทำให้ดิฉันรู้สึกสนุก เพลิดเพลิน ไม่เครียด ไม่กดดัน เหมือนตอนที่เรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียน
            วันที่ 24 ตุลาคม 2558 ดิฉันได้ฝึกการอ่านเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านที่ค่อนข้างอ่อน เนื่องจากดิฉันไม่ต่อยอ่านหนังสือ หรือไม่ได้อ่านสิ่งที่มีสาระมากนัก ในครั้งนี้ดิฉันได้อ่านข่าวผ่านทางเว็บไซต์ของ Bangkok post ข่าว Chinese tourists, Thai survive crash with cow ซึ่งเนื้อหาข่าวมีดังนี้
CHAI NAT — A car driven by a Chinese tourist crashed into a cow that fell from a truck in Sapphaya district on Sunday morning, killing the animal and slightly injuring three people. The accident took place at kilometre marker 114 on Highway 32 in tambon Phonangdam-ok, said police, who were alerted at 6.30am on Sunday. Police and rescue workers rushed to the scene and found an overturned Toyota Yaris on the road. Three people — two Chinese and one Thai — were safely rescued from the vehicle. A dead cow, weighing about 150 kg, was found about 50 metres away from the car. Nobody showed up to claim ownership of the dead animal. Chatri Sae Jueng, the Thai passenger, told police that he and the two Chinese friends left Bangkok early on Sunday morning to visit his relatives’ house in Chiang Rai. Their car, driven by one of his Chinese friends, was travelling behind a truck loaded with cows.  Suddenly, a cow fell from the back of the truck in front of them. The Chinese driver was unable to swerve in time and the car slammed into the cow before overturning, said Mr Chatri, who was slightly hurt. The truck driver sped away, leaving his dead animal at the scene. Police are hunting the driver. 
                ซึ่งข่าวนี้สามารถแปลได้ว่านักท่องเที่ยวชาวจีนและคนไทยชนวัวตายและคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นที่กิโลเมตร 114  บนถนนทางด่วนสาย 32 ในตำบลโพนางดำออก ซึ่งตำรวจได้รับแจ้งเหตุนี้เมื่อเวลา 06:30 นาที ตำรวจและหน่วยกู้ภัยเข้าไปที่เกิดเหตุ พบรถToyota Yaris พลิกคว่ำอยู่บนถนน ชาวจีน2คนและคนไทยอีก1คนถูกช่วยชีวิตด้วยรถกู้ภัย วัวที่ตายนั้นน้ำหนัก150กิโลกรัม ถูกพบห่างจากรถ50เมตร ไม่มีใครแสดงความเป็นเจ้าของวัวตัวนั้น นายฉัตรตรี แซ่จัง ซึ่งเป็นผู้โดยสารชาวไทยได้ให้ปากคำกับตำรวจ เขาและเพื่อนชาวจีนอีก2คน เดินทางออกจากกรุงเทพในเช้าวันอาทิตย์เพื่อไปเที่ยวบ้านญาติของเขาที่เชียงราย รถของพวกเขาถูกขับโดยเพื่อนชาวจีนของเขา ขับตามหลังรถกระบะที่บรรทุกวัว ทันใดนั้นวัวตกมาจากหลังรถกระบะซึ่งอยู่ด้านหน้าพวกเขา คนขับไม่ทันได้หักหลบเลยทำให้พุ่งเข้าไปชนวัว ก่อนรถจะคว่ำ ส่วนรถที่บรรทุกวัวมานั้นขับรถหนีตอนนี้ตำรวจกำลังตามล่าตัวคนขับรถกระบะอยู่
            ข่าวอีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันอ่านคือ Thung Non Son flower field reopens ซึ่งมีเนื้อหาข่าวดังนี้
Thung Non Son in Phitsanulok, one of the country’s 10 most beautiful and abundant flower fields, has reopened to tourists after being closed for one year to allow for wild flower restoration. Clusters of wild flowers and plants of more than 50 species, plus the cool weather in Thung Non Son, part of Thung Salaeng Luang national park, have drawn many tourists who set up tents at this savanna grass field mixed with mountain pine trees, where the temperature was 16 degrees celsius on Sunday. The national park recently reopened the field after closing it for a year as many flower species were damaged. Prasert Deekaew, a senior official at Thung Salaeng Luang national park, said wild flower species in the field had been badly damaged due to the high number of visitors in past years, prompting authorities to close it for one year to allow for flower restoration. After the closure, flower species and plants were rapidly revived, said Mr Prasert. The national park then reopened the field to tourists to see beautiful flower species and study wild plants, but this year the number of visitors was limited to not more than 40 people per trip. Flowers reach full boom during October and December every year.
            .ซึ่งหัวข้อข่าวนี้คือ การเปิดสวนดอกไม้ทุ่งนนสนอีกครั้ง มีเนื้อหาข่าวดังนี้ ทุ่งนนสนในพิษณุโลกเป็น1ใน10เมืองที่มีดอกไม้สวยๆ ซึ่งได้มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมอีกครั้งหลังจากที่ได้มีการปิดปรับปรุงเป็นเวลา1ปี เพื่อบูรณะสถานที่ ป่าไม้และพืชพันธ์มีมากกว่า50สปีชีส์ บวกกับอากาศที่เย็นสบายในทุ่งนนสนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง มีนักท่องเที่ยวหลายคนกางเต้นที่นี่ซึ่งเป็นทุ่งหญ้าสะวันนาที่มีเขาและต้นสนที่มีอากาศอยู่ที่16องศาเซลเซียส  นายประเสริฐ ดีแก้ว พนักงานอาวุโสที่ทำงานที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงบอกว่า ดอกไม้หลายปสีชีส์ในทุ่งนี้ได้รับความเสียหายเนื่องจากมีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมากในปีที่ผ่านมา เลยได้มีการปรับปรุงเป็นเวลา1ปี หลังจากที่ได้มีการปิดสถานที่นั้นดอกไม้และพืชพันธ์ก็ฟื้นขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็ได้มีการเปิดอุทยานอักครั้งเพื่อให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมความงามของดอกไม้ แต่ในปีนี้จำนวนของผู้เข้าชมถูกจำกัดห้ามเกิน40คนต่อทริป ดอกไม้บานเต็มที่ในช่วงตุลาคมถึงธันวาคมในทุกปี
            วันที่25 ตุลาคม 2558 ดิฉันได้ฝึกทักษะการเขียน โดยการเขียนไดอารี่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันที่ดิฉันได้พบได้เห็นและได้ทำ โดยใช้ Present Simple Tense เพราะถือเป็น Tense ที่ใช้ง่าย และสามารใช้ได้ในชีวิตประจำวัน เช่น I wake up at 10:00 a.m.. Then I watch a movie with my friends. It is interesting movie because it is about teenage. After that I take a shower and then have lunch at dormitory with my roommates. Then I do my homework since 02:30 p.m. until 08:25 p.m. it’s so long time to do this. When I finished my homework, I go to market to buy the thing for my dinner. I come back to dormitory and have dinner with my roommates. Then I take a shower. The last thing that I do for this day is listen a lot of music before I sleep in bed.
                ซึ่งการเขียนไดอารี่ในแต่ละครั้งนั้นก็จะทำให้ดิฉันได้ทบทวนถึงเหตุการณ์หรือสิ่งที่ได้ทำในแต่ละวัน และทำให้เราได้ฝึกเขียนประโยคเป็นภาษาอังกฤษบ่อยๆ จะช่วยทำให้เราเขียนภาษาอังกฤษได้ลื่นยิ่งขึ้น และเป็นธรรมชาติมากขึ้น หากเราฝึกเขียนได้อารี่บ่อยๆหรือเขียนทุกวัน ทักษะในการเขียนภาษาอังกฤษของเราจะพัฒนาได้ดียิ่งขึ้น ดิฉันเชื่อว่าถ้าหากดิฉันเขียนไดอารี่บ่อยๆและเขียนทุกวัน ดิฉันจะมีทักษะการเขียนที่ดียิ่งขึ้น และจะมีคำศัพท์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น รวมถึงมีฐานที่ดีในด้านไวยากรณ์เรื่อง Tense เพราะเรามีการใช้ Tense อยู่ตลอดเวลา ถือเป็นการทบทวน ความรู้ภายในตัว
            การศึกษานอกชั้นเรียนในครั้งนี้ทำให้ดิฉันได้รับทักษะดีๆหลายด้าน ได้พัฒนาทักษะทั้ง4ด้านของดิฉันที่ค่อนข้างจะไม่แข็งแรงสักเท่าไหร่ ซึ่งดิฉันได้เลือกวิธีการหลากหลายวิธีในการจะฝึกทักษะในครั้งนี้ มีทั้งการฟังเพลง ในการฟังเพลงครั้งนี้ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้ความรู้ใหม่ๆ และได้ฝึกสำเนียงจากเจ้าของภาษาอย่างแท้จริง นอกจากนี้ดิฉันได้ฝึกทักษะการพูดโดยการดูหนัง พยายามพูดตามตัวละครทุกตัว และดูอีกรอบเพื่อสังเกตและพยายามนึกคำพูด หรือหาคำพูดที่สอดคล้องกับประโยค แล้วพยายามพูดให้ทันกับตัวละคร นอกจากนี้ดิฉันได้ฝึกทักษะการอ่านโดยการอ่านข่าว ดิฉันได้อ่านข่าวจากเว็บไซต์ของ Bangkok Post เป็นข่าวในประเทศ การอ่านข่าวในครั้งนี้ทำให้เราฝึกทักษะการอ่าน สามารถอ่านจับใจความสำคัญของข่าวได้ และทำให้เรามีคลังคำศัพท์เพิ่มขึ้น สำหรับทักษะสุดท้ายที่ดิฉันได้มีการฝึกนั้นคือทักษะการเขียน โดยที่ดิฉันจะเขียนไดอารี่เพื่อบันทึกชีวิตประจำวัน ทำให้ได้มีการทบทวนความรู้ใหม่ๆ สิ่งสำคัญของการฝึกทักษะทุกชนิดคือการหมั่นฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ



Learning log 11 (นอกห้องเรียน)

Learning log 11
(นอกห้องเรียน)
                ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ทั้งในฐานะที่เป็นเครื่องมือที่จะเข้าถึงแหล่งวิทยาการต่างๆและค้นคว้าความรู้ใหม่ๆ ซึ่งปัจจุบันมีคนใช้ภาษาอังกฤษถือเป็น1ใน3ของประชากรโลก ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมให้ประชากรไทยได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษในระดับที่จะสื่อสารได้ จะถือเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้และการประกอบอาชีพ ตลอดจนการเจรจาต่อรองสำหรับการแข่งขันด้านเศรษฐกิจและสังคมในเวทีโลกต่อไป แต่การที่จะไปถึงจุดๆนั้นได้นั้นเราจะต้องมีการฝึกทักษะทั้ง4ด้านก่อน ไม่ว่าจะเป็นทักษะการฟัง ทักษะการพูด ทักษะการอ่าน และทักษะการเขียน เนื่องจากนักเรียนไทยยังมีพื้นฐานทางด้านภาษาน้อยนัก ซึ่งถ้าหากเราสามารถที่จะพัฒนาทักษะทั้ง4ด้านนี้ได้นั้นถือเป็นการพัฒนาทักษะทางด้านภาษาของเราให้ดียิ่งขึ้น ทำให้เราสามารถฟัง อ่าน พูด หรอเขียนภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องและสวยงาม ดิฉันจึงถือโอกาสนี้เพื่อพัฒนาทักษะทั้ง4ด้านให้ดียิ่งขึ้น
            ทักษะแรกที่จะต้องฝีกฝนและพัฒนาคือทักษะการฟัง ซึ่งดิฉันได้ฝึกฝนเพื่อพัฒนาทักษะนี้โดยการฟังเพลง ดิฉันจะเลือกฟังเพลงที่มีคำศัพท์ที่ไม่ยากจนเกินไป มีการใช้คำศัพท์ที่เราพบอยู่บ่อยๆ นั้นคือเพลง Habits สำหรับขั้นตอนในการฝึกนั้นมีดังนี้ ดิฉันจะฟังรอบแรกรวดเดียวจบ โดยไม่ได้ดูเนื้อเพลงแต่อย่างใด จากนั้นจะฟังซ้ำอีกครั้งเพื่อเก็บรายละเอียดเพิ่มเติมของเพลง จากนั้นจะฟังละหยุดเพลงทุกๆ5วินาที ขณะที่ฟังนั้นดิฉันได้มีการเขียนคำศัพท์หรือวลีที่ตนเองได้ยินให้ได้มากที่สุด และพยายามจับคอนเซปต์นของเพลงอย่างคร่าวๆว่าในเพลงกำลังพูดถึงอะไร แต่ในขั้นนี้ดิฉันไม่ได้เข้าใจความหมายของคำศัพท์ทุกคำแต่ก็ถือว่าไม่เป็นไร เพราะได้สรุปคร่าวๆเกี่ยวกับเพลงนั้นได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว จากนั้นดิฉันพยายามฟังเพลงแบบเดิมและพยายามหยุดเพลงทุกๆ5วินาทีเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้ดิฉันพยายามเติมคำศัพท์ลงไปให้มากขึ้น และแก้ใขข้อผิดพลาดต่างๆจากการเขียนครั้งแรก จากนั้นก็เรียบเรียงข้อมูลให้เป็นประโยค โดยใช้ความรู้ด้านไวยากรณ์เพื่อทำให้ได้ประโยคที่สมบูรณ์และเข้าใจ ต่อมาดิฉันได้ฟังเพลงพร้อมๆกับหยุดเพลงทุกๆ10นาทีพร้อมทั้งจดคำศัพท์ที่ได้ยินจากเพลงลงในกระดาษแผ่นใหม่ เพื่อนำมาตรวจสอบกับกระดาษแผ่นเก่าที่เราได้มีการเขียนคำศัพท์ไปแล้ว เมื่อตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เลือกกระดาษหรือประโยคที่เราคิดว่าถูกต้องที่สุด ไปเปรียบเทียบกับเนื้อเพลงจริงๆ เพื่อตรวจสอบปัญหาที่ทำให้เราฟังไม่รู้เรื่องเกิดจากอะไร อาจจะเกิดจากการฟังสำเนียงไม่ออก หรืออาจจะเกิดจากการออกเสียงไม่ถูกต้อง เป็นต้น

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Learning log 10 (นอกห้องเรียน)

Learning log 10
(นอกห้องเรียน)
            การศึกษานอกชั้นเรียนในครั้งนี้ดิฉันได้ศึกษาเกี่ยวกับการอ่านข่าวภาษาอังกฤษ เพราะการอ่านข่าว เพราะว่าการอ่านนั้นถือเป็นวิธีที่ง่ายและสามารถอ่านที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ การอ่านข่าวถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพทางภาษาให้แก่ทุกคนได้ เพราะการอ่านข่าวจะทำให้เกิดความรู้สึกอยากจะเรียนรู้ อยากจะอ่านต่อ ไม่รู้สึกเบื่อ เพราะมันเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน เป็นเหตุการณ์ที่ทันสมัยและทำให้เรานั้นสามารถรู้ความหมายของคำศัพท์โดยไม่ต้องอาศัยการท่องจำ หรือการเปิดดิกชันนารี เพียงแต่เราอาศัยบริบทรอบๆของประโยคในการเดาคำศัพท์ หรือความหมายของคำศัพท์นั้น
            สำหรับเทคนิคในการอ่านข่าวนั้น ก่อนที่จะอ่านข่าวใดๆเราควรมีพื้นฐานศัพท์มาพอสมควรแล้ว เนื่องจากในข่าวมีการใช้ศัพท์ที่หลากหลายมาก และต้องรู้จักรูปแบบของข่าวเสียก่อน จะทำให้เราสามารถอ่านข่าวได้อย่างเข้าใจ จากนั้นเราควรเริ่มอ่านข่าวสั้นๆ ง่ายๆก่อน โดยเฉพาะข่าวในท้องถิ่น หรือข่าวภายในประเทศ เพื่อเสริมสร้างกำลังใจในการอ่านข่าวให้ตนเอง และเป็นพื้นฐานในการอ่านข่าวระดับสูงขึ้นไป การอ่านหนังสือพิมพ์ที่ดีนั้นต้องรู้จักแปลคำศัพท์โดยดูจากบริบท พยายามอย่าใช้ดิกชันนารีช่วยแปล หรือจะเป็นการใช้หนังสือพิมพ์ภาษาไทยประกอบ ในขณะที่อ่านนั้นพยายามหา main subject และ main verb เพื่อจะได้เข้าใจจุดมุ่งหมายหรือใจความของข่าว และที่สำคัญต้องฝึกอ่านทุกวัน เพียงวันละ5-15 นาที มันจะทำให้เรามีคลังคำศัพท์ที่เพิ่มขึ้น และสามารถอ่านภาษาอังกฤษได้เร็วขึ้น

Learning log 9 (นอกห้องเรียน)

Learning log 9
(นอกห้องเรียน)
                ปัจจุบันภาษาอังกฤษได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการดำรงชีวิต เพราะมีการติดต่อสื่อสารที่ใช้ในสังคมโลกโดยใช้ภาษาอังกฤษ แม้กระทั่งบนอินเทอร์เน็ตเว็บเพจส่วนใหญ่ก็จะใช้ภาษาอังกฤษ และที่สำคัญประเทศทั่วโลกกว่า53ประเทศใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการ ดังนั้นภาษาอังกฤษจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อมนุษย์ทุกคนในยุคปัจจุบัน เราจะต้องมีความรู้ ความสามารถ ที่จะใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้องและสละสลวย แต่หากเราเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาทางด้านภาษาอังกฤษ ก็ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด เพราะมีวิธีการมากมายที่จะช่วยพัฒนาทักษะด้านภาษาของเราให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการพัฒนาทักษะการอ่าน ซึ่งถือเป็นทักษะหนึ่งที่ทุกคนมีโอกาสใช้ทักษะการอ่านมากกว่าทักษะด้านอื่นๆ หากใครมีทักษะการอ่านทางภาษาอังกฤษที่ดีอยู่แล้ว มันก็จะช่วยให้หาความรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้น
            การที่จะทักษะการอ่านนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการอ่านข่าวจะช่วยให้ได้รู้จักคำศัพท์ที่ใช้ในการเขียนข่าวจริงๆ ซึ่งเป็นคำศัพท์พื้นฐานและร่วมสมัย ส่วนเนื้อหาของข่าวนั้นก็จะมีความทันสมัยเพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงที่ได้มีการอัปเดตอยู่ตลอดเวลา ทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อ สำหรับข่าวที่เลือกมานั้นเอามาจากเว็บไซต์ The Nation เพราะถือเป็นอีกเว็บไซจ์หนึ่งที่ได้รับความนิยม เพราะมันมีข่าวของไทยอยู่ด้วย ทำให้เรารู้สึกสนใจและผูกพันมากกว่าข่าวต่างประเทศ และมันง่ายต่อการเดาคำศัพท์จากบริบทมากกว่าข่าวต่างประเทศ

Learning log 9 (ในห้องเรียน)

Learning log 9
(ในห้องเรียน)
            การศึกษาในห้องเรียนครั้งนี้ ดิฉันได้เรียนรู้เรื่อง การลด Adverb Clause of Time โดยที่ครั้งนี้อาจารย์ได้มอบหมายให้ทำงานเป็นกลุ่ม เพื่อที่ดิฉันจะได้ช่วยกันเรียนรู้ไปพร้อมกัน และร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนๆในกลุ่ม โดยสามารถสรุปได้ว่า Adverb Clause of Time เป็นอนุประโยคที่ใช้ขยายกริยา และบ่งบอกถึงเวลาโดยมีคำสันธานเข้ามาเชื่อมระหว่าง main clause และ adverb clause
            การลดรูป Adverb Clause of Time นั้นมีกฎในการลดทั้งหมด 3 กฎ กฎข้อที่1 คือถ้าประธานในประโยคหลักและประโยครองอ้างถึงคนหรือสิ่งของที่เป็นสิ่งเดียวกัน สามารถตัดประธานในประโยครองได้ เช่น I learned a lot of  English while I was in secondary school. เนื่องจาก I ในประโยคหลักและ I ในประโยครองเป็นประธานตัวเดียวกัน เราจึงตัดประธานและกริยาช่วยในประโยคทั้งสอง แล้วทำกริยาในอนุประโยคให้เป็น gerund ก็จะกลายเป็น While being in secondary school, I learned a lot of English. เราสามารถวางตำแหน่งอนุประโยคไว้หน้าหรือหลังของประโยคหลักก็ได้ หากวางไว้ด้านหน้าเราก็ไม่ต้องใส่ comma (,) คั่นกลางประโยคทั้งสอง แต่ถ้าหากเราวางไว้ด้านหลังเราก็ไม่ต้องใส่ comma (,)